pepojelly 的个人资料(- _ -) Pepoka!!照片日志列表 工具 帮助

Srisombat Pattarawun

职业
地点
兴趣
เป็นทุกอย่างทีุ่คุณคิด แต่ไม่ได้เป็นในสิ่งที่คุณเห็น I'm so MEAN!!

(- _ -) Pepoka!!

9月14日

My store for XS Girl in NY!!

 

ad panorama

Clothes & Accessories Unique Store for XS Girl

Welcome to www.pepojelly.com

Hallo!

My name is Pepo. I’m an “XS” girl who lives in the Big Apple. I’m small, tiny.

I just moved to NY for a few years and I love it.

But my difficulty to live here, besides of my broken English is to find the clothes.

It’s hard to find the right size and the right one for me.

There are too BIG and Boring.

I’m not a fashion designer.

I just someone who love to get dressed even I go to laundry and I do have my own style.

I believe dressing up makes you happy.

And even more it helps people around you to be happy too.

 

Now be prepared to get dressed everyone!

Every item in my website is “UNIQUE”

Every item is imported and not sold in US.

Every item has only one in stock.

(Because I don’t like feeling when I walk on a street and see someone wear the same dress like mine, so do you?)

Every item has only one size, good for small girls “XS-S”.

(But some might be for “M-L” girls)

Ps. Hurry!! If it’s gone…it’s gone forever, no re-order again.

 

Enjoy with my selections!!

pepojelly.com

ad7ad4

4月29日

YMCA

I'm studying English program in YMCA because it's FREE!!
(In NY you can find everything what ever you want for FREE)
Mon-Thu 10.00 am-1 pm (3 hours per day, no lunch)
 
My teacher is Nancy(old woman) nice but very strict.
(I just know she's gay!! what da'h why all of my friends are gays!!)
 
My class has about 20 students (not sure because now we still have a new face!!)
We have students from many countries, China, Russia, Mexican, Vietnam and more...
but most of students is Chinese!! (1, 2, 3,...7? I guess)
They thought I was a Chinese too!!
My close friend is Amily, Chinese girl, young and cute (18 years old!! damn)
She speaks English very well, easy to understand (not like Chinese accent)
 
I love my school but sometimes I don't want to go...very lazy.
It's very difficult for my ages to go to school and I used to wake up late.
when I worked at Virgin I woke up at 10am. (my work time was 12.oopm-12 midnight)
slept about 2am or 4 or whenever I back home.
(cuz Petjah always want to have something eat before go back home...)
and somtimes it's because of the weather! It's very cold. I don't want to take a shower!!
 
 
4月22日

My routine in NY!!

Hallo!!
It's very difficult to explain how I feel in English!! what's going on and babababab...
I'm OK!! now(I guess..?)
This weekend is not cold anymore(but still cold for Thai people) about 20C.
When I was here about 0-10C (it was horrible!! I hate COLD), snow, sleet (rain+snow).
 
My routine is...
- wake up at 8.15am
- make a sandwich for my lunch and do BF for my husband
- go out at 9.20 for G train and L to Manhattan
- arrives to school at 9.50 (my school is YMCA, FREE english course!! NO MONEY, NO PAY!!)
- finish school at 1 pm.
- go back home, do homework
- prepare dinner
- watch TV, take a nap
- and sleep...zzz
 
ps.I'll try to find Thai font ah'
2月27日

Lasik!!

เดือนนี้เวลาผ่านไปเร็วมาก
มีอะไรให้ทำเยอะแยะ
ต้องเตรียมนู่น เตรียมนี่ให้วุ่นวาย
ไปทำฟัน และก็ไปทำเลสิคมา
ให้ตายเหอะ พระเจ้าช่วยกล้วยทอดด้วย!!
--------------------------------------------
จันทร์ที่ 19 กุมภา วันดี
ชวนเพชรจ้าไปทำเลสิคด้วยกัน ที่ Laser Vision เพราะถ้าทำเป็นแพ็กคู่จะได้ลดราคาพิเศษ
เจอกันตั้งแต่เที่ยง หาหมอตอนบ่าย
ไปแบบ ไม่รู้ล่ะ กรูจะทำ ยังไงก็จะทำ
ศึกษาข้อมูลมาเล็กน้อย จากเพื่อนๆที่เคยไปทำมา
ทุกคนคอนเฟิร์มว่า ดี ไม่เจ็บ คุ้มค่ามากๆ
ก็เลยหาเรื่องไปเสียเงินซะ
สั้น 400 มีเอียงเล็กน้อย
หมอวัดสายตา ตรวจเลือด เพชรจ้างง ตรวจเลือดทำมายยยย
เค้าบอกว่า เพื่อจะได้รู้ว่าเม็ดเลือดเราเป็นยังไง การแข็งตัวดีไหม ทำแล้วเลือดจะไหลไม่หยุดหมดตัวเลยไหม
ก็เจาะเลือดกันไป ตรวจกันไป โดยปราศจากเจ้าเพชร...!! ฮึ่มๆๆ
สรุปว่าทำคนเดียว เพราะคุณชายเพชร ไม่ยอมทำ เนื่องจากกลัวเข็มฉีดยา ไม่ยอมให้หมอจิ้ม
แล้วมันจะมากับกรูทำมายยยนี่ แล้วส่วนลดชั้นล่ะ ว๊า...
----------------------------------------------
ก่อนขึ้นเขียงเชือด เค้าก็ให้เราไปวัดนู่น ทำนี่ วัดลูกกะตาอยู่ชาติกว่าๆ
วัดหลายรูปแบบมาก ไม่เหมือนเวลาวัดสายตาตัดแว่นนะ อันนี่ละเอียดกว่ามากๆ
เค้าจะวัดความโค้ง ความนูน การมองเห็นระดับลึก-ตื้น และอื่นๆอีกมากมาย
แล้วก็จับเราไปหยอดยาขยายม่านตา ที่เตียงนอน
พร้อมมีบริการนวดเท้าฟรี!! สุดยอดดด
และก็ให้อ่านเอกสาร เซ็นรับทราบว่า ถ้าแกตาบอด เค้าไม่รับผิดชอบนะจ๊ะ
เวลาผ่านไป นานแสนนานนนนนนนนนนนนน
ไปหาหมอตั้งแต่บ่ายโมง
กว่าจะได้ทำจริงๆก็เกือบ 6 โมงเย็น
เพชรบ่นว่าโดนต้มหมู หลอกให้มานั่งรอซะนานนนนนนนนนนน
-------------------------------------------
ก่อนทำ: ไม่กลัว ไม่ตื่นเต้น อยากทำสุดๆ หนูพร้อมแล้วค่ะ คุณหมอ
 
ก่อนเข้าห้อง: เริ่มป๊อด เนื่องจากหมอขู่ไว้ว่า หนูปีโป้ตาเล็ก นะคะ อาจจะเจ็บมากกว่าคนอื่นหน่อย
เผลอๆถ้าหมอแหกตาหนู่ไม่สำเร็จ หมออาจต้องใช้กรรไกรตัดหางตาหนู ให้มันกว้างขึ้นนะคะ!!
จ๊ากกกกกกกกกกกกก จะบ้าเหรอ หมอพูดเล่นใช่ไหม? ขู่กรูทำมายยยยเนี่ยยยยยย
 
เข้าห้อง: กลัว ตื่นเต้นอย่างแรง หนูไม่อยากทำแล้ว คุณหมอ
โอ้ว...แม่เจ้า ช่วยหนูด้วย เห็นเครื่องมือพร้อมบรรยากาศภายในห้องแล้ว
โค ตะ ระ น่ากลัว สุดๆ ขึ้นชื่อว่าเป็นการผ่าตัดนี่ น่ากลัวหมดจิงๆ
เริ่มหวั่นไหว เอ...กรูจะทำดีไหมเนี่ย น่ากลัวไปไหมอ่ะ
-------------------------------------------------------------
กระบวนการทำเลสิคของชั้น
1. นอนลงบนเตียง พร้อมระดมหยอดยาชาซ้าย ขวา แบบไม่ยั้ง
2. นอนตัวตรง ห้ามกระดุกกระดิก
3. เชื่อฟังคุณหมอ หมอให้ทำอะไรก็ต้องทำตามนะคะ
4. บริการพิเศษมีพยาบาลทำหน้าที่จับมือให้กำลังใจตลอดระยะการทำ
5. เครื่องมือพร้อม หมอพร้อม แต่คนไข้ไม่ค่อยพร้อม เอ้า...ลงมือทำได้
6. นำเครื่องมือออกมาแหกตา เจ็บเล็กน้อย
7. เอาเครื่องมือกดลูกกะตา ให้กลมโบ๋ว เจ็บสุดๆ
8. ใช้เครื่องมือตัดกระจกตา ซึ่งเป็นขั้นที่อันตรายที่สุด อย่าดิ้นนะปีโป้ ไม่งั้นตาบอดนะคะ
เป็นการตัดกระจกตาที่เจ็บ และรู้สึกอึดอัด น่ารำคาญเป็นที่สุด ใช้เวลาแป๊ปเดียว แต่รู้สึกเหมือนผ่านไปเป็นปี น่ากลัวสุดๆ
พอเค้าตัดกระจกตาเสร็จแล้ว มันจะทำให้เรามองไม่เห็น เหมือนตาบอด เห็นแต่แสงไฟลางไปแป๊ปนึง
9. ยิงเลเซอร์ อีขั้นตอนนี่ล่ะ ที่ไม่เจ็บเลย (เค้าก็เลยเอามาโปรโมทได้ไงคะ ว่าทำเลเซอร์ ไม่เจ็บ! โง่ซะ)
ผู้ช่วยหมอ ขาน ชื่อ "ตาข้างซ้าย คุณภัทรวรรณ พร้อม 32 วิ" อะไรประมาณเนี้ย
แล้วเครื่องมันก็จะยิงๆๆๆๆๆๆๆๆ มาที่ลูกกะตา
10. หยอดยาชา เติมน้ำเย็นๆ แล้วหมอก็เอาอะไรไม่รู้มาป้ายไปมาที่ลูกกะตา
11. เสร็จเรียบร้อย ปิดตา
12. โปรดอ่านด้านบนอีกครั้ง
 
ps.อ่านแล้วคิดภาพตามไม่ออกโปรดดูคลิปวีดีโอ สุดยอดดดดดด รับรองว่าถ้าได้ดูก่อน ไม่กล้ามาทำแน่ๆ
-----------------------------------------
ตอนทำ: มีความรู้สึกว่า ไม่อยากทำแล้ว กรูกลัว ตื่นเต้น very excited ม๊าก มาก
อยากเลิก อยากบอกให้หมอหยุดทำ กรูไม่อยากทำแล้ว ได้ยินไหม (คิดได้แค่ในใจ)
ทำไงได้ ทำไปแล้วนี่หว่า...เฮ้อ...
 
ทำเสร็จปิดตาออกมาเป็นไอ้มดแดง
เพชรจ้าคอนเฟิร์มแน่นอน ผมไม่มีวันทำเลสิคแน่ๆ น่ากลัวชิบหาไม่เจอ
---------------------------------------
กลับถึงบ้านทุ่มกว่าๆ
นอนเลย ยาวเลย เจ็บตามากๆ น้ำตาไหลไม่หยุด เจ็บจนนอนไปแล้วต้องตื่นมากินยานอนหลับ
ที่หมอเตรียมไว้ให้ คิดในใจ กรูทำอะไรลงไป กรูทำทำมาย อยู่ดีไม่ว่าดี หาเรื่องเจ็บตัวได้ เฮ้อ...
 
เสียค่าทำเลสิค 56,000 บาท แต่ได้ส่วนลด 4,000 (ใช้โปรโมชั้นเพื่อนแนะนำแทน โปรคู่) เบ็ดเสร็จจ่ายไปเหลือ 52,000
 
ก่อนทำ: ไม่กลัว อยากทำแบบสุดๆ มั่นใจมากว่าไม่เจ็บ ประทับใจมาก บริการดีสุดๆเหมือนเราเป็นเทวดา
หลังทำ: โอยยยยย ใครบอกว่าไม่เจ็บวะ แมร่งโกหก!! น่ากลัวชิบบบบบเป๋ง
 
ข้อแนะนำ: ใครคิดจะทำเลสิค คุยกับอิชั้นได้ค่ะ
เรามีข้อคิดดีๆก่อนคุณจะทำ จะได้ไม่เสียใจภายหลัง
 
ด้วยความปรารถนาดี
 
2月11日

Pepo&Dino Wedding

สวัสดีค่ะทุกๆคน
 
หลังจากเสร็จงานอันแสนวุ่นวายแต่มีความสุข และหยุดพักไปนานแสนนานนนน
วันจันทร์ก็จะกลับไปทำงานแล้วน๊า...คิดถึงจัง!!
 
ตอนนี้ดูรูปงานแต่งงานไปพลางๆจาก link ทั้งหมดตามข้างล่างนี้นะ
 
2link นี้เพื่อนเจ้าสาวหมูทิพย์ถ่ายให้
 
 
ส่วน link นี้ คุณตั้น ช่างภาพในงานถ่ายให้ค่ะ
 
Love u!!
Pepo
1月28日

เรื่องของชั้น!!

วันนี้วันที่ 28 มกราคม เมื่อวานเพิ่งเสร็จพิธีหมั้นไป มีความสุขมาก

เห็นพ่อร้องไห้ ก็เลยร้องไห้ตามพ่อซะ...

ปล.ไว้แล้วจะมาเล่าให้ฟังใหม่ก็แล้วกันนะ ตอนนี้ได้เวลาโพสข้อความที่เคยเขียนทิ้งไว้ซะที


12 มกราคม 2550…ตีหนึ่งกว่าๆ

เพิ่งกลับจากที่ทำงาน จัดรายการเสร็จ นั่งแท๊กซี่มาด้วยหัวใจสลาย ร้องไห้มาตลอดทาง นี่ตกลงเราจะทิ้งคลื่นไปจริงๆเหรอ…

คลื่นที่เราอยู่กับมันมาตั้งแต่ต้น รู้จักกับมันมาก่อนที่จะเป็นเวอร์จิ้น ฮิต

คลื่นที่เริ่มต้นด้วยการมีครีเอทีฟเพียงแค่ 1 คน

คลื่นที่ยังไม่ดัง แต่แม่งงานโคตรเยอะ กรูทำไปได้ไง แค่คนเดียววะ ทั้งสปอต ทั้งเกม ทั้งกิจกรรม สารพัด

ทำทุกอย่าง ทุกวิถีทางให้งานเสร็จ โดยการบังคับให้พี่ๆช่วย…

แค่คิดก็หัวใจสลายแล้ว…รักงานนี้มาก รักคลื่นนี้มาก มีความสุขมาก ที่ได้ทำงานร่วมกับทุกๆคนในเวอร์จิ้น

จริงๆแล้ว ถ้าให้เลือกระหว่างงาน กับความรัก ก็คงจะเลือกงาน เพราะรักมันมากจริงๆ ไม่อยากทิ้ง ไม่อยากไป

แต่ก็รู้ว่าถึงวัน มันก็ต้องไป งานเลี้ยง ต้องมีวันเลิกลาใช่ไหม แม่งใครคิดวะ เกลียดจัง

ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่นั่งร้องไห้ ก็เราเลือกเอง ตัดสินใจที่จะไปเอง แล้วจะมานั่งเสียใจทำไม

ก็น่าจะรู้ ว่าเรื่องแบบนี้ พูดง่าย ทำยาก พอเอาเข้าจริง ก็ทำไม่ได้ ตัดใจไม่ลง รักมันมากกว่าแฟนเสียอีก

เป็นอีกการตัดสินใจครั้งใหญ่มากกกกกในชีวิต ที่นับวัน ก็ยิ่งใหญ่ขึ้นๆตามอายุ เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต

 

ครั้งแรกของการตัดสินใจในชีวิต จำได้ว่า เป็นเรื่องเรียนตอนอยู่ ม.5

ต้องเลือกระหว่างการกลับไปเอ็นทรานซ์ตามระบบหรือเลือกที่จะเรียนที่เพาะช่าง

แต่ตอนนั้นยังเด็ก มีคนช่วยตัดสินใจแทนให้ โดยการ convince จากเพื่อนพ่อ เพราะตอนนั้นใครพูดก็ไม่ฟังแล้ว จะเลิกเรียนมัธยม

แล้วเข้าเพาะช่าง อย่างเดียว มาถึงตอนนี้ แสดงว่าตัดสินใจถูกที่เชื่อพ่อ กลับมาเรียนม.6 แล้วเอ็นทรานซ์ซะ เพราะถ้าอยู่เพาะช่าง

ป่านนี้ คงไม่ได้เป็นแบบนี้หรอก ก็คงมีอีกสังคมหนึ่ง ที่แตกต่างออกไป

 

 

จุดเปลี่ยนครั้งที่สอง น่าจะเป็นตอนที่ถูกเลย์ อ๊อฟ จากยูแอนด์ไอ ตอนนั้นไม่ต้องตัดสินใจ เพราะมีคนตัดสินใจให้แล้ว

คือเขาเชิญให้คุณออกไปอยู่ที่อื่นแทน ตอนนั้นไม่เสียใจเลยที่ถูกเลย์ เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองถูกเลย์ เพราะไม่มีคุณค่า

แต่เป็นเหตุผลทางการเมืองต่างหาก และมันก็เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราขยันขึ้น แกร่งขึ้น โตขึ้น จนมีโอกาสได้กลับมาทำงานที่บริษัทเดิม

แต่เปลี่ยนเป็นเวอร์จิ้น บอกได้เลย ว่าไม่เหมือนเดิม กลับมาด้วยความมั่นใจเกินร้อย ชั้นไม่ธรรมดาแน่ กลับมาคราวนี้

จะไม่ยอมเป็นหมาอีก อย่ามาให้กรูออกทั้งๆที่ไม่มีความผิด ขยันจะตายห่า เสือกให้กรูออกได้ไงวะ

แล้วก็สมความตั้งใจ กลับมาอีกครั้ง มีงานไรทำหมด ไม่เคยบ่น เงินน้อยก็ไม่บ่น มีไรบอกมา แม่จะทำให้หมด

ไม่มีหรอก ไอ้แบบที่เข้างานมาตั้งแต่ 9 โมง แต่ต้องไปชงกาแฟ อ่านหนังสือพิมพ์ ดูดบุหรี่ สังสรรค์กัน

เข้างานปุ๊ป ต้องทำงานปั๊ป จำเอาไว้ ประสบการณ์จากบริษัทเดิม ที่ไปทำเล่นฆ่าเวลาก่อนจะกลับมาเกิดใหม่

Tip: จาก Shed Export บริษัทออกแบบของใช้ภายในบ้าน เจ้านายเป็นคนอิตาลี คือ ตอกบัตร 9 โมง ทำงานทันที

ถ้าเหยียบเข้าบริษัทแล้วต้องทำงาน ไม่มีการเอาเวลาไปกินกาแฟ อ่านหนังสือเด็ดขาด ห้ามคุยโทรศัพท์ส่วนตัวขณะทำงาน

ห้ามเล่นอินเตอร์เน็ต ห้ามเล่น MSN ถึงเวลาพัก ต้องพัก กินข้าวก็ต้องไป กินเสร็จก่อนบ่ายก็ห้ามขึ้นมาทำงาน

เลิกงาน 6 โมง ก็ต้องเลิก ไม่มีการอยู่ทำงานต่อ เจ้านายไล่กลับทันที เพราะมันเปลืองไฟบริษัท

นี่คือประสบการณ์ทำงานที่ได้รับ 2 เดือนเต็มจากที่นี่

ก็ถือว่าเป็นข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือ ทำให้เราเป็นคนอีกแบบหนึ่ง แบบที่คนอื่นไม่เป็น

แต่ข้อเสีย ก็เหมือนกันคือ ทำให้เราเป็นคนในแบบที่ชาวบ้านไม่เป็น คือเข้ากับคนอื่นไม่ได้ เห็นใครทำตัวขี้เกียจ ก็ขวางหูขวางตาไปซะหมด

 

 

แต่จุดเปลี่ยนครั้งนี้ ครั้งล่าสุด เป็นการตัดสินใจครั้งมโหฬาร เพราะมีหลายอย่างที่ต้องคิด ทั้งเรื่องงาน เรื่องครอบครัว เรื่องความรัก

หลายคนคิดว่า ที่ตัดสินใจไปแบบนี้คงเป็นเพราะความรัก แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ บอกแล้วถ้าให้เลือกระหว่างงานกับความรัก ก็จะเลือกงาน

ครั้งนี้ก็เหมือนกัน เลือกที่จะไป เลือกที่จะรัก เพราะต้องการเปลี่ยน

เปลี่ยนสภาพจิตใจ เปลี่ยนสภาพแวดล้อม เปลี่ยนความคิดซะใหม่ ไปรีบู๊ท เครื่องใหม่

กลับมาจะได้สดใสเป็นปีโป้ในแบบที่ดีกว่า เหมือนเมื่อจุดเปลี่ยนครั้งที่สอง

บอกแม่ แม่ก็ไม่เข้าใจ แม่คงคิดว่า ลูกคนนี้ อยากไปเพราะอยากไปอยู่กับแฟน แม่ขี้งอน ลูกก็เลยขี้งอนเหมือนแม่

แม่ไม่อยากให้ลูกแต่งงาน เพราะแม่ไม่อยากให้ลูกต้องไปไกล ต้องทิ้งงาน ทิ้งครอบครัวไป

แม่ตัดพ้อเสมอ ประชดบ่นก่น ว่าจะไปทำไม งานกำลังดี เงินก็ดี

นั่นซิเน๊อะ…ทำไมหนอ

แล้วการตัดสินใจครั้งนี้จะถูกไหม อยากให้ผ่านไปไวๆ จะได้ย้อนกลับมาดูใหม่ แล้วพูดได้ว่า เออ…กรูตัดสินใจถูกแล้ว

ชีวิตต้องมีการก้าวต่อไป ในรูปแบบใหม่ๆ วันนี้เป็นของเรา พรุ่งนี้ก็ต้องเป็นของเรา

 

 

ฝากท้ายถึงผู้ที่เคยร่วมงานทุกคน

-พี่เอชาย คือ พี่ชายคนโต ที่ให้โอกาสในการกลับมาทำงานที่นี่ เป็นคนเดียวที่คอยโทรมา คอยหางานให้เราทำตอนตกงาน

-Maddy U r my mom and my big sis. Love u so much. Thank u for everything.

-พี่กฤษณ์ เป็นทั้งพี่ชายและคุณครู ที่คอยสอนให้เป็นได้ในแบบทุกวันนี้

- โอม เพื่อนตัวโต แม่งตัวโตไปหน่อย ทำให้เรายิ่งดูเตี้ยเข้าไปใหญ่ กรูรักมึง

- เพชรจ้า+ภูมิใจ สองลิง น่าถีบ ที่ได้แต่บ่นกับแม่ว่า น่าจะรู้จักกับสองคนนี้ให้เร็วกว่านี้

จุดประกายเล็กๆในใจได้ แม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆแต่ก็จำไปตลอดชีวิต

- พี่อร พี่สาวตัวกลม คนที่ทำให้เราคิดว่า ความขยันของเราไม่สูญเปล่า

- พี่ๆและน้องๆ อีกหลายคน รวมถึงดีเจทุกคน ที่ขี้เกียจพาดพิงถึง เป็นคนไม่ค่อยแสดงออก แต่ก็อยากให้รู้ว่า ขอบคุณ ที่ร่วมทำงานด้วยกันมา

ขอบคุณที่ทำให้มีวันนี้ เพราะพวกคุณเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของเรา ถ้าไม่มีพวกคุณ เราก็คงทำคนเดียวไม่สำเร็จหรอก

- ขอบคุณ 95.5 Virgin HitZ จะไม่ลืมไปตลอดชีวิตเลย

9月25日

September Fest!!

เนื่องจากเขียนในที่สาธารณะไม่ได้ ก็เลยต้องมาเขียนในนี้แทน

ในชีวิตเจอเหตุการณ์ Soldier ครองเมือง ระยะประชิดตัวไปแล้ว 3 ครั้ง
ครั้งแรกตอนอยู่ประถม เรียนอยู่โรงเรียนราชวินิต อยู่ติดกับที่เค้ายิงกันพอดี
สนุกเลยค่ะทีนี้ คุณครูก็ตกใจ เด็กๆก็ร้องไห้กระจองอแงกันใหญ่
จำได้ลางๆว่า ครูให้เด็กคลานตามๆกันไปหลบที่หอประชุม มีกระสุนบินมาตกฝั่งโรงเรียนด้วย
ตอนนั้นไม่ค่อยกลัว เพราะไม่ค่อยเ้ข้าใจว่ามันคืิิออะไร หนักไปทางสนุกสนานดีใจกันมากกว่า
เพราะได้เลิกเรียนเร็ว หลังจากนั้นพ่อแม่ ก็รีบมารับลูกๆกลับบ้านกันใหญ่
แต่แม่ช้านนนน กว่าจะมาเค้าก็เลิกยิงกันพอดี เพราะมัวแต่ห่วงซื้อของกินตุนเ้ข้าบ้าน
กลับมาบ้านเสร็จดีจายยย นึกว่าจะได้ดูการ์ตูน
เปิดทีวีมา แมร่ง...มีแต่รายการบ้าอะไรไม่รู้เหมือนกันทุกช่องเลย
เซ็งจิตในวัยเด็กเป็นหนัีกหนา

ครั้งสองตอนเรียนอยู่เอแบค เอ...หรือว่าตอนอยู่มัธยมอ่ะ ไม่แน่ใจ
แต่จำได้ว่าอยู่บ้านคนเดียวพอดี แล้วเค้าก็ประกาศเคอร์ฟิวตั้งหลายวัน
ไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนเลย นอนแอ้งแม้งดูทีวีทั้งวัน
บรรยากาศช่วงนั้นจากที่ได้ยินจากปากชาวบ้าน บอกว่าน่ากลัวมากๆ
เพราะยิงกันเอาเป็นเอาตาย และมีเหตุการณ์นองเลือดเกิดขึ้นจริงๆ (มั้ง)
เพื่อนๆก็เป็นห่วง เพราะอยู่บ้านคนเดียว พ่อแม่ญาติพี่น้องหายไปไหนหว่า
จำมะได้...สงสัยไปต่างจังหวัดกันหมด
 
ทุกคืนจะได้ยินเสียงปืนดังตลอด เหมือนเค้าจุดประทัดขอหวย
ในข่าวเค้าบอกว่ายิงปืนขึ้นฟ้า แต่ชาวบ้านบอกยิงกันจริงๆ อันนี้โนคอมเมนต์ เพราะไม่รู้ความจริงเหมือนกัน
แต่ถ้ายิงจริงๆ ตามที่ยินเสียง ก็คงจะมีคนเสียชีวิตไม่ใช่น้อย เพราะเค้าระดมยิงกันทั้งวันทั้งคืน
 
ด้วยความที่อยากรู้ความจริง ก็เลยลองแว๊บๆจะเข้าไปดูเหตุการณ์จริงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อยู่เลยจากบ้านไป5นาที ข้ามสะพานไปก็ถึง เตรียมตัวเตรียมใจมาเป็นอย่างดี เอาไงเอากัน
แต่ผลปรากฎว่า ผ่านมะได้ เพราะมีทหารกั้นอยู่ตลอดทั้งสะพานไม่ใ้ห้ข้ามไป
ว้า...อดเห็นของจริงเลย

ครั้งสุดท้าย แต่ไม่รู้ว่าจะท้ายสุดหรือเปล่า
เหตุการณ์ล่าสุด ที่สตูดิโอของเวอร์จิ้นนั่นเอง
ก่อน4ทุ่มนิดๆ ลงมาจากชั้น 24 เตรียมตัวจะจัดรายการกับสองลิงภูมิ+เพชรจ้า
นังเพชรก็บอกว่า พี่รู้เปล่า ว่าวันนี้เค้าจะมีปฎิวัติ!!
ช้านก็บอกไม่เชื่อ ไม่ต้องมาอำ จะบ้าเหรอ ถ้ามีจริงๆข้างบนบริษัทเค้าต้องพูดกันแล้วบ้างดิ่
แต่ปรากฎว่าถามหลายๆคนแล้ว ทุกคนคอนเฟิร์มเป็นเสียงเดียวกันว่า จริงๆ ครับพี่น้อง
ดิชั้นก็เลยยกโทรศัพท์หาคนแรก คือคุณมามี่ นั่นเอง
ปรากฎว่า she ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน แหม...เชยทั้งแม่ทั้งลูกเล๊ยยยย
 
หลังจากบอย+นานา จัดรายการเสร็จ ทุกคนก็เฮโล
วิ่งไปดูการแถลงจากคณะ.........ชื่อยาวมากกกกกก ที่ห้องแคนธีนสุดหรู
เพื่อดูข่าวจากทีวีพลาสม่าจอยักษ์ เพราะมีสายบอกมาว่า เค้าออนแอร์แล้ว
แต่...ดูมะได้ เพราะพี่ดีเจคลื่นซอฟท์ ดั๊นตกใจกดปุ่มรีโมทผิด
ช่องก็หาย สัญญาณก็หายหมด จะกดกลับมาให้เป็นเหมือนเดิมก็ทำกันไม่เป็น
ปล้ำกับทีวีอยู่นาน ก็ยังดูไม่ได้
ผลปรากฎไม่ได้ดู เพราะต้องรีบเข้ารายการตอน 4 ทุ่ม 5 นาที
-----------------------
จัดๆๆๆๆ จัดรายการกันต่อไปซักพัก
เจ้านายตูน ก็เดินมาบอกว่า เค้าประกาศข่าวกันแล้ว
บริษัทบอกว่า ถ้าใครกลัว ก็ให้กลับบ้านได้ แต่ถ้าใครสู้ตาย ก็ให้จัดรายการต่อ!! (เป็นคำสั่งที่ประหลาดที่สุด)
ทุกคนก็ลงความเห็นว่า ไม่กลัว จัดรายการกันต่อไปเหอะ สู้ตาย สู้ๆ
ผ่านไปอีก 2 ลิงค์
คุณตูนนี่ เดินมาใหม่อีก1รอบ พร้อมประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งว่า
ไม่ต้องจัดรายการแล้ว เพราะทหารกำลังจะมายึดสถานี แต่ให้ลงเสียงให้เรียบร้อยก่อนกลับบ้าน
พูดเสร็จก็ตัวใครตัวมัน เผ่นดีกว่าก่ะ...
ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยกลัวเท่าไหร เพราะรู้ว่ามันไม่มีอะไรหรอก ไม่น่ากลัวอย่างที่เค้าพูดกัน
แต่บรรยากาศมันพาไป โดยเฉพาะเพชรจ้า+ภูมิ และทู๊กๆๆๆคน ดูจะตื่นตระหนกกันเป็นยิ่งนัก
ในระหว่างที่เราทำการอัดเสียง ก็มีโทรศัพท์ของแต่ละคนดังตลอด ไม่ได้หยุดเลย แล้วกรูจะอัดเสียงกันได้ไงห๊ะ...
ทั้งของเพชรกับของตัวเอง เดี๋ยวแม่โทรมา เพื่อน ญาติ พี่น้อง คนในoffice ต่างรุมโทรกันมาว่ารู้ยังๆ กลับบ้านได้แล้ว เป็นห่วงๆ
จนภูมิพูดว่า แหม...ทุกคนนี่ดีจัง มีแต่คนโทรมา แต่ทำไมโทรศัพท์ผมไม่มีใครโทรมาบ้างล่ะครับ
hahahaha เป็นงั้นไป เพราะเค้าลืมว่าภูมิเป็นดีเจจัดรายการอยู่น่ะซิ
-----------------------
เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย ทั้งในและนอกห้องส่ง วิ่งกันขวักไขว่ไปมา น่าปวดหัว
ทุกคนต่างรีบทำหน้าทีให้เสร็จเรียบร้อย รีบอัดเสียงกันเป็นการใหญ่
แล้ว...ภูมิก็นึกขึ้นมาได้ว่า ในรถมีลูกปืนเต็มไปหมดเลย ควรจะเอามาเก็บไว้ที่ office จะดีกว่า
ก็ต้องลงไปเอาที่รถ ทิ้งเพชรจ้าให้อัดเสียงอยู่คนเดียว
กว่าจะขึ้นมาก็อัดเสร็จไปทั้งรายการเรียบร้อยแล้ว...
 
กำลังจะกลับบ้าน เค้าบอกว่าทหารมาคุ้มครองที่ตึกหน้าช่อง3เรียบร้อยแล้ว
ก่อนกลับโทรเช็คกับแม่ ว่าจะเข้าบ้านได้ไหม เพราะบ้านอยู่แถวที่เกิดเหตุ
แม่บอกว่าน้องก็กำลังกลับเหมือนกัน มันบอกว่าเห็นทหาร+รถถังเต็มถนนเลย รถติดมากกกกกกกกก
กรูก็ เอ...แล้วจะเข้าบ้านได้ไหมเนี่ย หรือว่าจะไปนอนบ้านพี่อร หรือ บ้านนังเมย์ดี
แต่เค้าอยากกลับบ้านอ่ะ เพราะมีลางสังหรณ์ว่าพรุ่งนี้ต้องได้หยุดแน่ๆ โหะๆๆ
ยังไงก็จะกลับบ้าน จะกลับไปตายที่บ้านนนนนน
สรุปว่านั่งรถกลับบ้านพร้อมกับภูมิ เพราะมันต้องเอาโทรศัพท์ไปคืนสุดที่รัก ซึ่งบ้านอยู่ใกล้ๆกันพอดี
โชคดีอะไรอย่างนี้...มีเพื่อนร่วมทาง...ตายด้วยกันแล้ว หายห่วง
ระหว่างทางกลับ จนถึงบ้าน มะเห็นอะไรเลย
ไม่เห็นทหาร ไม่เห็นรถถัง ซํกกะคน ซักกะัคัน
เพราะเราเลี่ยงผ่านเส้นทางอันตราย ไปใช้อีกเส้นหนึ่งแทน
ก็ถึงบ้านโดยปลอดภัย เช่นนี้แล...
 
จบๆๆ
ลป.ในชีวิตนี้หวังว่าคงไม่ต้องเห็นอีกเป็นครั้งที่4 นะ สาธุ...
3 ครั้งก็เกินพอแล้วค่ะพี่ขา....
 
第 1 张,共 49 张